วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2552

ธุรกิจสหรัฐซบถ่วงหุ้นเอเชียร่วงหนัก

จัดทำบทความโดย นางสาวจิรัสยา ชมพลมา 4902100487
เรื่อง ธุรกิจสหรัฐซบถ่วงหุ้นเอเชียร่วงหนัก


ตลาดหุ้นเอเชียทรุดฮวบตามสหรัฐ ผลจากความวิตกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก และบริษัทสหรัฐเปิดเผยผลประกอบการน่าผิดหวังยิ่งเพิ่มความกังวลต่อแนวโน้มผลกำไรย่ำแย่ลง
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักลงทุนในตลาดการเงินหันไปสนใจแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ และผลกำไรของบริษัทอเมริกัน แทนความวุ่นวายในตลาดสินเชื่อที่ส่งสัญญาณปรับตัวดีขึ้น
โดยเฉพาะเมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ อย่าง ดูปองต์ ซัน ไมโครซิสเต็มส์ และแคตเทอร์พิลลา รายงานผลประกอบการน่าผิดหวัง พร้อมปรับลดคำทำนายผลประกอบการในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า
นายอเล็กซ์ ถัง หัวหน้าฝ่ายวิจัย คอร์ แปซิฟิก-ยามาอิจิ ในฮ่องกง กล่าวว่า วิกฤติสินเชื่อถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ความสนใจส่วนย้ายไปอยู่ที่ผลประกอบการบริษัท และสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจัยทั้งสองเสื่อมลงอย่างเห็นได้ชัด
ดัชนีหุ้นนิกเคอิในตลาดโตเกียวรูดลง 631.56 จุด หรือ 6.79% ปิดที่ระดับ 8,674.69 วานนี้ (22 ต.ค.) ส่วนดัชนีหุ้นหั่งเส็งในตลาดฮ่องกงดิ่งลง 774.57 จุด หรือ 5.2% ปิดที่ระดับ 14,266.6 ต่ำสุดนับจากเดือนก.ค.2548 และดัชนีหุ้นคอมโพสิตของเกาหลีใต้ลดลง 61.51 จุด หรือ 5.14% ปิดที่ระดับ 1,134.59 ต่ำสุดนับจากเดือนก.ย.2548
ขณะที่ดัชนีหุ้นอุตสาหกรรมดาวโจนส์ในตลาดนิวยอร์กร่วงลง 231.77 จุด หรือ 2.50% ปิดที่ระดับ 9033.66 เมื่อวันอังคาร (21 ต.ค.)
หุ้นกลุ่มส่งออกของญี่ปุ่นปรับตัวย่ำแย่ เนื่องจากเงินเยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์และยูโร ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารได้รับผลกระทบจากความวิตกเกี่ยวกับผลประกอบการ โดยหุ้นมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ธนาคารชั้นนำของญี่ปุ่น ร่วงลง 9.2% หลังจากหนังสือพิมพ์นิกเคอิระบุว่า ธนาคารจะปรับลดคาดการณ์ผลกำไรสุทธิ สำหรับช่วงครึ่งปีที่สิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน มากถึง 2 ใน 3 เนื่องจากราคาหุ้นร่วงลงและหนี้เสียพุ่งขึ้น
นายฟูจิโอะ อันโดะ กรรมการผู้จัดการอาวุโส ชิบากิน แอสเซ็ต แมเนจเมนต์ กล่าวว่า นอกจากเรื่องสกุลเงินแล้ว ตลาดยังได้รับผลกระทบจากเครื่องบ่งชี้เกี่ยวกับเศรษฐกิจยุโรป โดยข้อเสนอของนายนิโกลาส์ ซาร์โคซี ประธานาธิบดีฝรั่งเศส สำหรับการประชุมสุดยอดเศรษฐกิจ บ่งชี้ว่าสถานการณ์ในยุโรปเลวร้ายหนัก และมีความวิตกว่าสถานการณ์จะเลวร้ายลงอีก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกอย่างแน่นอน
ทางด้านนายปีเตอร์ ไหล ผู้อำนวยการ ดีบีเอส วิคเคอร์ส ในฮ่องกง กล่าวว่า ตลาดมีแรงเทขายมากขึ้น เนื่องจากผลประกอบการที่ไม่สดใส และคำเตือนเกี่ยวกับผลกำไรจากหลายบริษัท กองทุนจำนวนมากในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และแม้แต่ในยุโรป เทขายสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับดอลลาร์ และหันมาถือสกุลเงินท้องถิ่นมากขึ้น


ที่มา:http://www.khum.net/news-read/988380

คำถาม
1. ดาวโจนส์ในตลาดนิวยอร์กร่วงลงกี่จุด
2. หุ้นกลุ่มของญี่ปุ่นปรับตัวแย่เนื่องจากค่าเงินใดแข็งตัวขึ้น
3. ตลาดหุ้นในเอเชียลดฮวบตามสหรัฐเนื่อมาจากสาเหตุใด

วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2552

หุ้นกระฉูด28จุดเปิดศักราชปีวัว

จัดทำบทความโดย นายสุภกิจ เริงสำราญ 4902100477
เรื่อง...หุ้นกระฉูด28จุดเปิดศักราชปีวัว...

ตปท.-กองทุนคัมแบ๊คซื้อของถูก โบรกฯชี้การเมืองไร้ความรุนแรงเปิดศักราชปีฉลู ดัชนีหุ้นไทยวิ่งฉลุยบวก 28 จุด วอลุ่มทะลักกว่า 1.8 หมื่นล้าน ต่างชาติ-กองทุนคัมแบ๊คซื้อของถูก กลุ่มพลังงานดี๊ด๊ายกแผง โบรกเกอร์ชี้ดีดตามตลาดหุ้นสหรัฐ-ยุโรป แถมการเมืองไทยไร้ความรุนแรง รอท่าฟังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลช่วยเสริม คาดได้เห็น 500 จุดแน่ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันทำการวันแรกของปี 2552 ว่า บรรยากาศคึกคักขึ้นทันทีที่เปิดซื้อขาย โดยดัชนีเปิดการซื้อขายที่ระดับ 459.93 จุด เพิ่มขึ้นทันที 9.97 จุด หลังจากนั้นดัชนีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ก่อนจะปิดที่ระดับสูงสุดของวันที่ 478.69 จุด เพิ่มขึ้น 28.73 จุด หรือ 6.39% มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 18,596.12 ล้านบาท ทั้งนี้ หากจำแนกการลงทุนตามประเภทของนักลงทุน พบว่านักลงทุนทั่วไปขายสุทธิ 2,877 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 951 ล้านบาท เช่นเดียวกับนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 1,926 ล้านบาทนายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นปรับขึ้นถึง 23 จุด สอดคล้องกับตลาดหุ้นทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นหลังจากที่ก่อนสิ้นปีตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาและยุโรปดีขึ้น เมื่อเปิดทำการวันแรกตลาดหุ้นเอเชียจึงปรับตาม เนื่องจากที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับลงมามากและยังเป็นช่วงที่ผู้จัดการกองทุนถือเงินสดไว้มาก จึงถึงเวลาที่จะลงทุน ประกอบกับสหรัฐอเมริกาจะมีรัฐบาลใหม่ จึงสร้างความเชื่อมั่นพอสมควรที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ บวกกับปัจจัยบวกในประเทศที่ไทยมีการเมืองที่ชัดเจนขึ้น และรัฐบาลใหม่มีการแถลงนโยบายไปแล้ว รวมถึงมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจนและมีทิศทางที่ถูกต้อง ทำให้นักลงทุนมั่นใจมากขึ้น นายศราวุธ เตโชชวลิต ผู้ช่วยผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ซิกโก้ กล่าวว่า นักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรหุ้นกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานหลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ประกาศลดกำลังการผลิตลงอีก เพื่อควบคุมเสถียรภาพของราคาน้ำมัน หลังจากที่มีการเทขายออกมาก่อนหน้านี้ ดังนั้น การที่ราคาหุ้นส่วนใหญ่มีการปรับตัวลดลง ซึ่งถือเป็นแรงจูงใจทางจิตวิทยาของนักลงทุนวันนี้"ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดัชนีพุ่งถึง 15 จุดในช่วงเช้า เพราะราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีนักลงทุนหันมาเก็งกำไรในกลุ่มพลังงาน ดันดัชนีปรับตัวขึ้นได้ ส่วนปัญหาทางการเมือง ขณะนี้ยังไม่มีปัจจัยสำคัญ สิ่งที่ควรรอดูต่อไปคือ มาตรการของรัฐบาลที่จะเริ่มออกมาในเดือนมกราคมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ" นายศราวุธกล่าวนายวรุฒ ศิวะศริยานนท์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด กล่าวว่า ดัชนีได้รับแรงผลักดันจากปรากฏการณ์ January Effect ที่มีเม็ดเงินไหลกลับเข้ามาจากทั่วโลก อีกทั้งปัจจัยการเมืองที่ไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น ทั้งนี้ประเมินว่าดัชนีในเดือนมกราคมมีโอกาสทะยานขึ้นไปถึง 500 จุด ก่อนที่จะอ่อนตัวลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์จากแนวโน้มของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกในไตรมาส 4 ปี 2551 จะออกมาย่ำแย่

ที่มา:http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01eco02060152&sectionid=0103&day=2009-01-06
คำถาม

1. เมื่อจำแนกประเภทของนักลงทุน พบว่านักลงทุนต่างประเทศและนักลงทุนทั่วไป มียอดขายสุทธิและซื้อสุทธิเท่าไร
2. เพราะเหตุใดกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน จึงประกาศลดกำลังการผลิตลง
3. ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดัชนีพุ่งถึง 15 จุดในช่วงเช้า คืออะไร